วิธีอ่านข้อมูลบนเว็บนี้
เว็บนี้ตอบคำถามเดียว: เดือนไหนปลูกได้ เดือนไหนควรรอ โดยเทียบฝนที่พยากรณ์ไว้กับค่าปกติ 30 ปีของอำเภอนั้นเอง หน้านี้อธิบายเกณฑ์ที่ใช้ทั้งหมด และบอกตรง ๆ ว่าอะไรที่ระบบนี้ยังไม่รู้
เกณฑ์ตัดสิน “ปลูกได้ / ควรรอ”
ไฟสถานะแต่ละดวงมาจากกฎข้อเดียวด้านล่างนี้ ไม่มีการปรับด้วยมือ และไม่มีข้อมูลอื่นนอกจากที่ระบุไว้
ควรรอ — ฝนพยากรณ์ต่ำกว่าค่าปกติ 30 ปี ตั้งแต่ 30% ขึ้นไป หรือ ดัชนี SPI-3 ต่ำกว่า -1.0 — เฉพาะเดือนที่เป็นช่วงปลูก
เฝ้าระวัง — ฝนพยากรณ์สูงกว่าค่าปกติตั้งแต่ 30% ขึ้นไป (น้ำอาจท่วมต้นกล้า หรือทำให้ข้าวล้มช่วงเก็บเกี่ยว) หรือเป็นช่วงข้าวอยู่ในแปลงที่ฝนผิดปกติทั้งสองทาง
ขึ้นกับน้ำจัดสรร — เดือนที่ค่าปกติต่ำกว่า 20 มม. และเป็นช่วงปลูก — ระบบจะไม่ตัดสินจากฝนเลย
ปลูกได้ / เก็บเกี่ยวได้ — ฝนอยู่ในช่วงปกติ และเดือนนั้นเป็นช่วงปลูกหรือเก็บเกี่ยวตามปฏิทินข้าว
ทำไมต้องมีเกณฑ์ 20 มม. — ค่าปกติเดือนมกราคมของชัยนาทอยู่ราว 4 มม. ถ้าพยากรณ์ได้ 5 มม. จะคิดเป็น “+34%” ซึ่งถ้าใช้กฎเปอร์เซ็นต์ตรง ๆ ระบบจะขึ้นเตือนว่าน้ำอาจท่วมต้นกล้า ทั้งที่ต่างกันแค่ 1 มม. ในเดือนแบบนี้ข้าวที่ปลูกคือนาปรัง ซึ่งใช้น้ำจากคลองชลประทานไม่ใช่จากฝน เปอร์เซ็นต์ฝนจึงไม่มีความหมาย ระบบจึงบอกตรง ๆ ว่าตัดสินจากฝนไม่ได้ แทนที่จะเดา
ช่วงปลูกและเก็บเกี่ยว เป็นปฏิทินข้าวภาคกลาง ไม่ได้คำนวณจากแบบจำลอง — นาปีคือข้าวที่ปลูก 1 พ.ค.–31 ต.ค. และนาปรังคือข้าวที่ปลูก 1 พ.ย.–30 เม.ย. ตามนิยามฤดูกาลของ สศก. ส่วนเดือนที่แสดงในแผงคือช่วงที่การปลูกและการเก็บเกี่ยวกระจุกตัวจริงในเขตชลประทานเจ้าพระยา
ข้อจำกัดที่ต้องรู้: ระบบนี้ไม่ได้อ่านประกาศแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นตัวกำหนดจริงว่าปีนั้นทำนาปรังได้หรือไม่ ไฟเขียวในเดือนนาปรัง จึงหมายถึง “ฝนไม่ผิดปกติ” เท่านั้น ไม่ได้แปลว่ามีน้ำจัดสรรให้
ความหมายของระดับเตือนภัย
ระบบสรุปความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ออกเป็น 4 ระดับ ด้วยสีที่เข้าใจง่าย — เพื่อให้ทุกคนดูปราดเดียวก็รู้ว่าควรทำอะไร:
- ปลอดภัยพื้นที่นี้เสี่ยงต่ำ
- เฝ้าระวังเฝ้าระวัง เตรียมพร้อม
- เสี่ยงสูงอพยพผู้สูงอายุและผู้ป่วย
- อันตรายสูงสุดอพยพทันที
หมายเหตุ: ระดับเตือนภัยคำนวณจากดัชนีภัยแล้ง ปริมาณฝนที่คาดการณ์ และปริมาณน้ำกักเก็บของเขื่อนต้นน้ำ (ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย) — ค่าความเสี่ยงน้ำท่วมเชิงพื้นที่ ไม่ได้ ยกระดับเตือนภัยด้วยตัวเอง แต่ถูกใช้เป็นตัวกำหนดว่า อำเภอไหน จะถูกยกระดับก่อน เมื่อน้ำต้นน้ำถึงเกณฑ์ (ดูหัวข้อถัดไป)
ความเสี่ยงน้ำท่วมเชิงพื้นที่ หมายถึงอะไร
แผนที่ความเสี่ยงน้ำท่วมตอบคำถามว่า “ถ้าน้ำมา พื้นที่ไหนท่วมก่อน” ไม่ใช่ “น้ำจะมาเมื่อไร” — เป็นความเสี่ยงจากลักษณะภูมิประเทศซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงตามวัน จึงไม่ใช่การเตือนภัยว่ากำลังจะเกิดน้ำท่วม
ค่านี้มาจากแบบจำลอง XGBoost ที่เรียนรู้จากขอบเขตน้ำท่วมจริงที่ตรวจจับได้จากดาวเทียม Sentinel-1 ในเหตุการณ์ปี 2560, 2564 และ 2565 ร่วมกับข้อมูลภูมิประเทศ 30 เมตร (ความสูง ความลาดชัน ระยะห่างจากแม่น้ำ การสะสมน้ำ และการใช้ที่ดิน)
- เป็น ค่าเปรียบเทียบระหว่างอำเภอ ไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่สอบเทียบแล้ว เว็บจึงแสดงเป็นระดับ ต่ำ/ปานกลาง/สูง ไม่ใช่ตัวเลข %
- ไม่ได้รวมผลของเขื่อน ประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำ หรือการสูบน้ำ — พื้นที่ที่มีระบบป้องกันดีอาจเสี่ยงน้อยกว่าที่แผนที่แสดง
- เพราะเป็นค่าคงที่เชิงพื้นที่ ค่านี้จึงไม่ยกระดับเตือนภัยด้วยตัวเอง สัญญาณว่า “น้ำกำลังมา” ที่ระบบใช้จริงคือปริมาณน้ำกักเก็บของเขื่อนต้นน้ำ และค่าความเสี่ยงเชิงพื้นที่ทำหน้าที่บอกว่าอำเภอไหนจะถูกยกระดับก่อน
แล้ว “น้ำจะมาเมื่อไร” ดูจากอะไร
ดูที่ ระดับแจ้งเตือนน้ำท่วม ของอำเภอนั้น ซึ่งเปลี่ยนตามปริมาณน้ำในเขื่อนต้นน้ำ เมื่อน้ำรวมของเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ และแควน้อย ถึง 81% ของความจุ (เกณฑ์ของกรมชลประทานเอง) อำเภอที่ลุ่มต่ำกว่าค่ากลางของจังหวัดจะถูกยกระดับขึ้นหนึ่งขั้น และถ้าเกิน 100% จะยกระดับทุกอำเภอ
ข้อจำกัดที่ต้องรู้: ระดับนี้บอกว่า น้ำต้นน้ำมากจนน่าจับตา ไม่ได้บอกว่าน้ำจะถึงอำเภอของคุณวันไหน ระบบนี้ยังไม่มีแบบจำลองที่ระบุวันเวลาที่น้ำจะท่วม เพราะปริมาณน้ำที่ปล่อยผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็นการตัดสินใจของผู้ควบคุมประตูระบายน้ำ ไม่ใช่ค่าที่คำนวณจากฝนได้ · ประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการยังต้องดูจากกรมชลประทานและ ปภ.
อ่านหน้าหลักอย่างไร
หน้าแรกสรุปภาพรวมทั้งจังหวัดไว้ด้านบน สิ่งที่ควรสังเกต:
- ป้ายอัปเดตล่าสุด (จุดสีเขียว) — บอกว่าข้อมูลใหม่แค่ไหน ถ้าเป็นสีเหลือง/แดงแปลว่าข้อมูลเริ่มเก่า
- เดือนนี้ฝนมากกว่า/น้อยกว่าปกติ — เทียบปริมาณฝนที่คาดการณ์กับค่าเฉลี่ย 30 ปีของเดือนเดียวกัน ตัวเลข % คือส่วนต่างจากปกติ (เช่น +18% = ฝนมากกว่าปกติราวหนึ่งในห้า)
- แผนที่ความเสี่ยงน้ำท่วมเชิงพื้นที่ — ระบายสีฟ้าอ่อนถึงเข้ม ยิ่งเข้มยิ่งเสี่ยงสูง ใช้โทนสีฟ้าคนละชุดกับสีเตือนภัย เพราะเป็นคนละคำถามกัน (ดูหัวข้อด้านบน)
- อำเภอที่มีการแจ้งเตือนน้ำท่วม — นับจำนวนอำเภอที่ถูกยกระดับจากปริมาณน้ำในเขื่อนต้นน้ำ ใช้ชุดสีเตือนภัย (เขียว/เหลือง/ส้ม/แดง) คนละชุดกับสีฟ้าของแผนที่ข้างต้น เพราะเป็นคนละคำถามกัน — แผนที่ตอบว่า “ที่ไหน” การ์ดนี้ตอบว่า “ตอนนี้ต้องจับตาหรือยัง”
- สรุป 8 อำเภอ — นับว่าแต่ละระดับเตือนภัยมีกี่อำเภอ
ใต้แผนที่คือตารางรายอำเภอ (บอกฝนพยากรณ์ ส่วนต่างจากค่าปกติ ความเสี่ยงน้ำท่วม และสถานะเพาะปลูกเป็นตัวหนังสือ) ตามด้วยปฏิทินเพาะปลูก 6 เดือน และสถานการณ์น้ำในเขื่อน แตะชื่ออำเภอในตารางหรือบนแผนที่เพื่อดูรายละเอียด
แผนที่ความเสี่ยง
หน้า แผนที่ ระบายสีทั้ง 8 อำเภอตามระดับเตือนภัย (สีเดียวกับด้านบน) — เขียวคือเสี่ยงต่ำ ไล่ไปจนถึงแดงคือเสี่ยงสูงสุด
- แตะที่อำเภอบนแผนที่เพื่อดูสรุปสั้น ๆ และปุ่ม “ดูรายละเอียด”
- ใช้ปุ่ม + / − มุมขวาเพื่อซูมเข้า-ออก หรือใช้สองนิ้วบนมือถือ
- จุดบนแผนที่คือสถานีตรวจวัดน้ำต้นน้ำ (DWR EWS)
หน้ารายละเอียดอำเภอ
เมื่อเลือกอำเภอ จะเห็นข้อมูลเจาะลึก:
- กราฟพยากรณ์ฝน — คาดการณ์ล่วงหน้าสูงสุด 6 เดือน แถบสีอ่อนคือช่วงความไม่แน่นอน (ฝนอาจตกในช่วงนี้ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว)
- ดัชนีภัยแล้ง (SPI) — ค่าติดลบมากแปลว่าแล้งกว่าปกติ ค่าบวกแปลว่าฝนมากกว่าปกติ
- ความเสี่ยงน้ำท่วม — ระดับความเสี่ยงเชิงพื้นที่ของอำเภอนั้นเทียบกับอำเภออื่น พร้อมสถานการณ์จำลองระดับน้ำ (ดูหัวข้อด้านบน)
สถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ
การ์ดแต่ละใบแสดง เปอร์เซ็นต์น้ำที่กักเก็บ เทียบกับความจุ ยิ่ง % สูงยิ่งน้ำเยอะ สีของตัวเลขบอกสถานะ (น้ำน้อย → น้ำเต็ม) และมีการเทียบกับปีก่อนเพื่อให้เห็นแนวโน้ม
ข้อมูลเขื่อนและอ่างเก็บน้ำมาจาก thaiwater.net — ดูวันที่ข้อมูลล่าสุดได้จากป้ายบนหน้าหลัก
ข้อควรทราบเกี่ยวกับข้อมูล
- ตัวเลขพยากรณ์เป็น การคาดการณ์ ไม่ใช่ความแน่นอน — ใช้เป็นข้อมูลประกอบการเตรียมตัว
- ข้อมูลฝนอ้างอิงจากดาวเทียม CHIRPS (ความละเอียด ~5 กม.) ซึ่งเป็นค่าประมาณจากภาพถ่าย ไม่ใช่การวัดจากสถานีฝนโดยตรง และเผยแพร่ช้ากว่าปัจจุบันราว 1–1.5 เดือน
- วันที่ของข้อมูลแต่ละชุดแสดงไว้ที่ป้ายบนหน้าหลัก — ยึดวันที่บนป้ายเป็นเวลาข้อมูลจริงเสมอ
- ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โปรดยึดประกาศจากหน่วยงานราชการเป็นหลักเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
- ต้องสมัครสมาชิกหรือล็อกอินไหม?
- ไม่ต้อง ทุกคนดูข้อมูลได้ฟรีทันที
- ใช้บนมือถือได้ไหม?
- ได้ เว็บออกแบบมาสำหรับมือถือเป็นหลัก และติดตั้งเป็นแอปบนหน้าจอได้ (กด “เพิ่มไปยังหน้าจอหลัก”)
- ทำไมทุกอำเภอขึ้นว่า “ปลอดภัย” ทั้งที่บางอำเภอเสี่ยงน้ำท่วมสูง?
- เป็นการออกแบบที่ตั้งใจ — ระดับเตือนภัยบอกว่า ตอนนี้ มีอะไรผิดปกติไหม ส่วนความเสี่ยงน้ำท่วมบอกว่า ถ้าน้ำมา ที่ไหนท่วมก่อน อำเภอที่เสี่ยงสูงตามภูมิประเทศจึงยังขึ้นว่าปลอดภัยได้ ถ้าขณะนี้ไม่มีสัญญาณน้ำมา
- แล้ว “สัญญาณน้ำมา” คืออะไร?
- ปริมาณน้ำในเขื่อนต้นน้ำของชัยนาท — ภูมิพล สิริกิติ์ และแควน้อยบำรุงแดน (เขื่อนป่าสักฯ อยู่ท้ายน้ำจากชัยนาท จึงไม่นับ) เมื่อน้ำรวมกันเข้าเกณฑ์ 81–100% ของความจุ ตามการแบ่งเกณฑ์ของกรมชลประทานเอง อำเภอครึ่งบนที่เสี่ยงตามภูมิประเทศจะขึ้นเป็น “เฝ้าระวัง” และถ้าเกิน 100% ซึ่งเขื่อนต้องระบายแน่นอน ทุกอำเภอจะขยับขึ้นหนึ่งขั้น โดยครึ่งบนขยับสองขั้น
ข้อจำกัดที่ต้องบอกตรง ๆ — นี่เป็นกฎที่เขียนไว้ ไม่ใช่แบบจำลองที่ฝึกจากข้อมูล เพราะไม่มีข้อมูลย้อนหลังของเขื่อนถึงปีน้ำท่วมที่ใช้ฝึกได้ (ดู docs/flood_ai_progress.md) เขื่อนเต็มไม่ได้แปลว่าอำเภอนั้นจะท่วม แต่แปลว่าลุ่มน้ำรับน้ำไว้เต็มแล้ว